การเดินทางของความสุข

       บ่อยครั้งเวลาที่ออกทริปด้วยรถวิบาก เรามักติดของไปฝากเด็กๆบนดอยหรือพื้นที่ห่างไกลความเจริญเสมอ เพราะการเดินทางด้วยรถสไตล์วิบากนั้นส่วนมากจะขับเข้าป่า บนเขา หรือพื้นที่ลุยๆที่ทุรกันดารกัน มันคือการผจญภัยของคนที่ชอบขับรถสไตล์นี้ เราก็คนนึงที่ชอบเดินทางแบบนั้แต่ในทุกการเดินทาง เรามักคิดเสมอว่า เราไม่ชอบการเดินทางที่มีความสุขคนเดียว การเดินทางในแบบที่ตัวเองรักแล้วทำให้ตัวเองมีความสุขมันไม่ยาก แต่ที่ยากกว่าคือการทำให้ใครสักคนหรือคนอื่นมีส่วนร่วมและมีความสุขในการเดินทางของเราด้วย เวลาไปออกทริปกลับมาเรามักแชร์เส้นทางสวยๆรีวิวร้านอาหารที่พักถูกและดี ที่สำคัญเรามักจะเดินทางเข้าพื้นที่ยากลำบาก ชวนเพื่อน หรือพ่อแม่นำของที่เหลือใช้หรือจัดหาซื้อนำมัดใส่ท้ายรถนำเข้าไปให้เด็กๆชาวเขาที่อยู่ในเขาสูง เดินทางยากลำบาก หลายต่อหลายครั้งที่ทำแบบนั้นแล้วได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆ ได้เห็นความสุขเวลาเค้าได้รับของที่จำเป็นสำหรับเค้า แต่อาจจะไม่จำเป็นอะไรกับเรานัก ยิ่งคนที่อยู่ในเมืองที่หาซื้อของง่ายดาย มักจะไม่ค่อยเห็นค่าอะไรแม้แต่ดินสอแท่งเดียวก็มองว่าหาซื้อเมื่อไหร่ก็ได้ แตกต่างกับพื้นที่อยู่ไกลห่างไกลความเจริญ ดินสอแท่งเดียวก็ดูจะยากเย็นในการซื้อหา

 

ทริปนี้ก็เช่นกัน เราชวนเพื่อนไปด้วย ทั้งหมดไปกันสี่คน สามคนบินจากกรุงเทพไปเจอกันที่เชียงใหม่ แต่เราเดินทางบ่อยและตอนนั้นอยู่ที่บ้านที่อุดรฯ เราเลยเริ่มเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ Triumph Bonneville T100 Black จากอุดรฯไปยังเชียงใหม่ ด้วยเส้นทาง อุดรฯ ภูเรือ ด่านซ้าย นครไทย-พิษณุโลก-อุตรดิตถ์-เด่นชัย-แพร่-ลำปาง-เชียงใหม่ ระยะทางหลายร้อยกิโลเมตร ด้านท้ายรถมัดของที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาสำหรับเด็กๆ สีกล่องสำหรับวาดรูปที่แพคจนเต็มกระเป๋า มัดได้แค่ไหนไปแค่นั้น ถึงเชียงใหม่ เราไปสมทบกับอีกสามคนที่ลงจากเครื่อง แล้วไปยังร้านเช่ารถเพื่อเช่า Honda CRF250 ได้สามคัน อีกคัน เป็น VanVan เหตุเพราะเพื่อนสาวอีกคนสูง 155 ต้องหารถที่ขาถึง ใจเค้าอยากไปให้ถึงเพราะฉะนั้นเราเป็นเพื่อนจึงต้องทำให้ความตั้งใจเค้าสำเร็จ รถที่คันเล็กหน่อยแล้วเหมาะสมในการเข้าพื้นที่ถนนลูกรังและเข้าป่าอีก 15 กิโลเมตร เลยจำเป็นต้องหารถเฉพาะสักหน่อย

 

เราจอด Triumph T100 ไว้ที่โรงแรมที่พักฝากไว้สองคืนตั้งใจว่าจะขับไปค้างที่ อ.กัลยาณิวัฒนา คืน แล้วทะลุออกปายอีกหนึ่งคืน แล้วจะขับจากปายเข้ามายังเชียงใหม่แล้วทุกคนคืนรถเรียบร้อยจะได้ขึ้นเครื่องกลับเย็นของวันจันทร์กัน ส่วนเราคนเดียวขับ Triumph T100 จากเชียงใหม่เข้ากรุงเทพ เราพิศมัยการเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์มากกว่าการเดินทางแบบอื่น หนทางที่รื่นรมย์ไปด้วยต้นไม้ ต้นข้าว ทุ่งนา ร้านค้าเพิงตามริมทาง เราชอบแวะมันทำให้เราได้พบเจอมิตรภาพใหม่ๆของชาวบ้าน แล้วมีรอยยิ้มที่ดีต่อความรู้สึกตลอดทางได้เรื่อยๆ

 

          เริ่มต้นทริปกันเช้าวันเสาร์ รถทุกคันเตรียมพร้อมที่หน้าโรงแรมที่เชียงใหม่ เราบอกพรรคพวกตลอดเรื่องการเตรียมตัว การเติมน้ำมัน การขับในโค้งขึ้นลงเขา ทุกอย่างต้องมีการเตรียมตัว ไม่ใช่อยากขับก็ขับ การประมาทไม่ใช่เรื่องดีนัก เมื่อเจ็ดแปดปีก่อน เส้นทางเชียงใหม่-สะเมิง-วัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา ระยะทางกว่า 180 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังเกือบ 80% การเดินทางไปที่วัดจันทร์ยากลำบาก เพราะเป็นเขาทั้งหมด ยิ่งฤดูฝนไม่ต้องพูดถึง แต่เดี๋ยวนี้มีการทำถนนลาดยางเข้าไปจนเหลืออีกประมาณ 40 กิโลเมตร ก่อนถึงบ้านวัดจันทร์ การเดินทางง่ายขึ้น แต่พวกเราก็ไปถึงช้าเหมือนเดิม เพราะวิวสองข้างทางที่สวยงาม ทำให้จอดแวะถ่ายรูปกันตลอดทาง ของบนรถทุกคันที่มัดท้ายไปเราขอให้เป็นของจำเป็นที่จะนำเข้าไปให้เด็กๆ จุดหมายยังไม่ใช่บ้านวัดจันทร์ซะทีเดียว

          อีก 15 กิโลเมตร เพื่อเข้าไปยังหมู่บ้านห้วยยาใต้ บ้านกะเหรี่ยงปกาเกอะญอที่นั้นการเดินทางเข้ามาในเมืองยังยากลำบาก ระยะทาง 15 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ไม่ไกลนักแต่มันไม่ง่ายเพราะทางลูกรังที่มีแต่หินฟู ทางชันขึ้นลง ทรายหนาเกือบ 50 เซนติเมตร เพื่อนสองคนล้มบ้าง แต่เราก็ต้องช่วยกันให้ผ่าน ในการเป็นผู้นำทริป ต้องคิดทุกอย่าง ทั้งความปลอดภัยของเพื่อนในทริป น้ำมันที่มีระยะในการเติม ความมืดค่ำที่ทำให้ความยากในการเดินทางเพิ่มขึ้น รวมถึงน้ำหนักของที่มัดบนรถ เราเดินทางบ่อยไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแต่เพื่อนๆที่มือใหม่เราต้องคอยดูแล นำหน้า ตามท้ายอยู่ตลอด ล้มก็ต้องคอยช่วย มีปัญหาต้องแก้ ทุกอย่างต้องรอด

แล้วในที่สุดก็ถึงที่หมู่บ้านห้วยยา แต่ค่ำแล้วทุกคนเหนื่อยอ่อนเต็มที พวกเรานัดเด็กๆให้มารอตอนเช้าเพื่อแจกของที่นำมาเต็มกระเป๋าทุกคน เพื่อนคนนึงรถล้มจนแผลเลือดออก แต่ไม่ใช่ประเด็น เพื่อนยังคงยิ้มแย้มเพราะมีความตั้งใจดีมาก พวกเราตั้งใจเดินทางเที่ยวแล้วนำของมาให้เด็กๆกัน คืนนั้นต่างแยกย้ายกันพักผ่อน

ตื่นเช้าเด็กๆมารวมตัวกันแต่เช้า ของเล่น ตุ๊กตา เสื้อผ้า ถูกขนออกมาจากกระเป๋า เด็กๆดีใจสวมเสื้อใหม่กันใหญ่ ของเล่นบางคนนั่งเล่นยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุข ภาพที่เราเห็นมันช่างคุ้มค่า รอยยิ้มของเด็กๆมันดีต่อสายตาและหัวใจ แม้การเดินทางจะไกลและเหนื่อยแต่มันมีความสนุกในนั้น ยิ่งมีความสุขที่สุดเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเด็กๆคำขอบคุณภาษาไทยที่ไม่ค่อยชัดแต่ชัดเจนในแววตา แววตาที่เด็กมีให้ช่างทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่ทำแม้ดูไม่ได้ยิ่งใหญ่กับใคร แต่มันก็ดีกับเด็กๆมาก มันยิ่งใหญ่กับเด็กตัวเล็กๆที่ของบางชิ้นแทบจะไม่มีโอกาสถึงมือเค้าเลยด้วยซ้ำ

เด็กๆตอบแทนด้วยการถ่ายรูปให้ พาเดินเที่ยวลำธาร ภูเขา พาไปดูดอกไม้ แมลงตัวเล็กๆ วิถีชาวบ้านปกาเกอะญอ การเลี้ยงหมูดำตัวเล็กๆ ข้าวปลาอาหาร ทุกอย่างเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ พวกเราไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีแต่เสียงลม แสงแดด และเสียงหัวเราะเด็กๆ การเดินทางของมอเตอร์ไซค์และมิตรภาพเริ่มต้นที่นี่ 

เวลา 1 คืนกับ 2 วัน ดูเหมือนจะไม่พอในการอยู่กับโลกที่มีเด็กๆที่ไร้เดียงสา อยู่กับธรรมชาติที่ความศิวิไลซ์เข้าไม่ถึง แต่ก็จำเป็นต้องเดินทางกลับเพราะเพื่อนๆต่างก็ต้องมีภาระความรับผิดชอบในการทำงานในอีกไม่กี่วัน เรากล่าวคำล่ำลา และสัญญาว่าจะกลับไปอีก พร้อมของจำเป็นที่เค้าอยากได้แล้วเราก็เห็นว่าจำเป็นต้องใช้

ทุกคนออกมาด้วยความอิ่มใจ เด็กๆถ่ายรูปกันสนุกสนาน และมาส่งที่มอเตอร์ไซค์ ของเบาลง ไม่มีอะไรอยู่หลังรถแล้ว เหลือแต่เสื้อผ้าและของจำเป็น เราต้องให้ทุกคนเช็ครถ เช็คความพร้อม ฉีดโซ่ ออกมาจากป่าเพื่อเติมน้ำมันเพื่อเดินทางไปปายต่อ ระยะทางจากวัดจันทร์ แม่มาลัยถึงปาย ไม่ไกลมาก แต่เต็มไปด้วยภูเขาทั้งสองข้าง อีกแค่คืนเดียวเราให้เพื่อนๆจอดถ่ายรูปได้เต็มที่ พักผ่อนให้หายอยาก จะได้ชาร์ตแบตเติมพลังเพื่อจะเดินทางกลับกรุงเทพเพื่อไปทำงานต่อ

การเดินทางไม่ได้ให้แค่ภาพถ่ายสถานที่สวยๆที่เราไป แต่ถ้าเราเลือกที่จะเดินทาง เลือกที่จะทำ เลือกที่จะไป มันย่อมเกิดความหมาย เกิดเรื่องราวดีดีได้ หลายคนมักมีข้อแม้กับสองล้อ ว่าทำอะไรไม่ได้มากนัก ขนของไม่ได้ ช่วยเหลืออะไรไม่ได้ แต่เราว่าไม่ การเป็นสองล้อไม่ได้ด้อยกว่าสี่ล้อเลย แค่มีใจจะทำ เราจะทำได้ อยากขนตุ๊กตาไปสี่สิบตัวก็ทำได้ถ้าอยากทำ ใครจะมองก็ยิ้มให้ไม่ต้องอาย เราคิดเสมอว่า เราไม่เคยอายที่จะทำดี แต่เราจะอายก็ต่อเมื่อทำสิ่งไม่ดี


           ทริปนี้จบลงง่ายๆแต่ทุกคนต่างประทับใจ ทั้งสี่คนไม่มีบาดแผลอะไรมากมาย รถไม่มีรอยการเสียหายสักคัน แต่ที่ได้กลับมาคือประสบการณ์และภาพความสุขที่ได้อยู่กับเด็กๆ  วันนั้นก่อนแยกย้ายกันขึ้นเครื่องเราทุกคนนั่งคุยกันแล้วบอกกันว่าจะกลับไปอีก และเราจะไปอีกหมู่บ้าน อีกอำเภอไปเพื่อนำเงินไปซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นในการเรียนให้เด็กๆ หนังสือเรียนอนุบาล,ชุดนักเรียน,และที่สำคัญ ถนนเข้าโรงเรียนและหมู่บ้าน พวกเราจะทำและจะกลับไป

 

การเดินทางที่เปี่ยมไปด้วยความสุข ความสุขที่ได้ไปกับมอเตอร์ไซค์ ไปกับเพื่อนที่รัก เที่ยวในที่สวยๆและสุดท้ายได้ทำให้เด็กอีกหมู่บ้านมีความสุขกับเราไปด้วย ไม่ยิ่งใหญ่แต่มีความหมาย